Joe Frazier

Joe Frazier อดีตยอดมวยชาวอเมริกัน ในระดับตำนาน อีกหนึ่ง

โจ เฟรเซียร์ (Joe Frazier) มีชื่อเล่นว่า “สโมกิ้น โจ” เขาเป็นนักมวยอาชีพ ชาวอเมริกัน ที่เข้าแข่งขันระหว่างปี 2508 ถึง 2524 เขาเป็นที่รู้จักจากความแข็งแกร่ง ความทนทาน พลังต่อยที่น่าเกรงขาม และพลังกดดันไม่ลดละในสไตล์การต่อสู้

และเป็นนักมวยคนแรกที่เอาชนะมูฮัมหมัดอาลี เฟรเซียร์ ครองตำแหน่งแชมป์เฮฟวี่เวท ตั้งแต่ปี 1970 ถึง 1973 และในฐานะมือสมัครเล่น ได้รับรางวัลเหรียญทองในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1964

เฟรเซียร์ กลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับต้น ๆ ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยเอาชนะคู่ต่อสู้ซึ่งรวมถึง Jerry Quarry, Oscar Bonavena, Buster Mathis, Eddie Machen, Doug Jones, George Chuvalo และ Jimmy Ellis

ระหว่างทางสู่การเป็นแชมป์เฮฟวี่เวท ในปี 1970 ก็ตามมาด้วยการเอาชนะ อาลี คะแนนแบบเอกฉันท์ในการต่อสู้แห่งศตวรรษที่โลกรอคอย ในปี 1971 สองปีต่อมา เฟรเซียร์ เสียตำแหน่งให้กับ George Foreman จอ ร์ จ โฟร์แมน ผู้ แพ้ ที่ พบ ความ ลับ ของ มู ฮัม หมัด อาลี เฟรเซียร์ ก็ต่อสู้ต่อโดยเอาชนะ Joe Bugner แพ้การแข่งขันกับ Ali และเอาชนะ Quarry และ Ellis อีกครั้ง

การท้าชิงแชมป์โลกครั้งสุดท้ายของ เฟรเซียร์เกิดขึ้นในปี 1975 แต่เขาพ่ายแพ้ให้กับ Ali ในการแข่งขันยางสุดโหดที่ชื่อว่า Thrilla ในกรุงมะนิลา เฟรเซียร์ เกษียณในปี 2519 หลังจากแพ้โฟร์แมนเป็นครั้งที่สอง

แต่กลับมาชกอีกในปี 2524 เขาต่อสู้เพียงครั้งเดียวก่อนที่จะเกษียณ จบอาชีพของเขาด้วยสถิติชนะ 32 แพ้ 4 และเสมอ 1 องค์การวิจัยมวยสากลจัดอันดับให้ เฟรเซียร์ เป็นหนึ่งในสิบนักชกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

นิตยสาร The Ring ยกให้เขาเป็นนักสู้แห่งปีในปี 1967, 1970 และ 1971 และสมาคมนักเขียนมวยแห่งอเมริกา (BWAA) ก็ยกให้เขาเป็นนักสู้แห่งปีในปี 1969, 1971 และ 1975 ในปี 1999

นอกจากนี้ The Ring ได้จัดอันดับให้เขาเป็นที่แปด รุ่นเฮฟวี่เวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาเป็นผู้สมัครรับตำแหน่งทั้งหอเกียรติยศมวยสากลและหอเกียรติยศมวยโลก โดยเคยเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเรียนปฐมนิเทศในปี 1990 สำหรับ IBHF

เด็กหนุ่มผิวดำชาวไร่ ก่อนที่จะมาเป็นยอดมวยผู้เป็นตำนาน

โจ เฟรเซียร์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2487 เป็นลูกคนที่สิบสองของ ดอลลี่ อัลสตัน-เฟรเซียร์ และรูบิน ในเมืองโบฟอร์ต รัฐเซาท์แคโรไลนา เขาได้รับการเลี้ยงดูในชุมชนชนบทของโบฟอร์ต ที่เรียกว่าลอเรลเบย์ เฟรเซียร์ กล่าวว่าเขาใกล้ชิดกับพ่อเสมอ ซึ่งพาเขาไปทำสวนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก “บนพื้นที่เพาะปลูก 10 เอเคอร์” เฟรเซียร์ ทำงานเป็นชาวไร่  เขาถูกเรียก “บิลลี่บอย” โดยพ่อแม่

ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 พ่อของ เฟรเซียร์ ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมา ครอบครัวและคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็มาดูการแข่งขันชกมวยกัน แม่ของ เฟรเซียร์ ขายเครื่องดื่ม ขณะที่พวกเขาดูนักมวยอย่าง Sugar Ray Robinson, Rocky Marciano, Willie Pep และ Rocky Graziano คืนหนึ่ง ลุงของ เฟรเซียร์ สังเกตเห็นรูปร่างที่แข็งแรงของ เฟรเซียร์ จึงกล่าวว่า “เด็กนั่น… เด็กชายคนนั้นจะเป็นโจ หลุยส์อีกคน” คำพูดนี้สร้างความประทับใจให้กับโจ และทำให้เขาอยากเป็นนักมวยตั้งแต่นั้นมา โจ ฟราเซียร์ ประวัติ

วันรุ่งขึ้นหลังจากได้ยินคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจของลุง เฟรเซียร์ก็บรรจุเศษผ้า ซังข้าวโพด อิฐ และตะไคร่น้ำ ใส่เต็มกระสอบ เขาแขวนกระสอบจากต้นโอ๊คที่สวนหลังบ้าน  “อีก 6, 7 ปีข้างหน้า เกือบทุกวัน ฉันจะชกเป็นชั่วโมง ฉันจะเอาเนคไทของพ่อพันมือ หรือเอาถุงเท้าของแม่หรือพี่สาวมามัด แล้วต่อยกับมัน” เขากล่าว

เมื่อ เฟรเซียร์ อายุ 15 ปี เขาเคยทำงานในฟาร์มของครอบครัวชื่อ Bellamy ซึ่งพวกเขาเป็นชาวผิวขาวทั้งคู่ Mac อายุน้อยกว่าและเข้ากับคนง่ายมากกว่า และจิมก็หยาบคาย อยู่มาวันหนึ่ง เด็กชายผิวสีตัวน้อยอายุประมาณ 12 ขวบ ที่ทำงานในฟาร์มด้วยกัน ก็ทำแทรกเตอร์ของ Bellamys ตัวหนึ่งพังโดยไม่ได้ตั้งใจ จิมโกรธจัดมาก เขาถอดเข็มขัดออกแล้วเฆี่ยนด้วยเข็มขัดของเขาในทุ่ง

เฟรเซียร์ มาเห็นเหตุการณ์และกลับไปที่โรงบรรจุสินค้าในฟาร์มและบอกเพื่อนผิวดำของเขาถึงสิ่งที่เขาเห็น ในไม่ช้า จิมก็เห็นเฟรเซียร์และถามเขาว่าทำไมเขาถึงเล่าสิ่งที่เห็นให้คนอื่นฟัง แต่โจก็บอกพวกนั้นว่าเขาไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร แต่จิมไม่เชื่อเฟรเซียร์ และบอกให้เขาออกจากฟาร์มก่อนที่เขาจะถอดเข็มขัดอีกครั้ง

โจรู้ตั้งแต่วินาทีนั้นว่าถึงเวลาที่เขาต้องจากโบฟอร์ต และเขาเห็นก็ช่วงเวลาที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้าสำหรับตัวเขาเอง แม้แต่แม่ของเขาก็ยังเห็นด้วย เธอบอก เฟรเซียร์ ว่า “ลูกเอ๋ย ถ้าคุณเข้ากับคนผิวขาวไม่ได้ ก็ให้ออกจากไป เพราะแม่ไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้นกับลูก” หลังจากนั้นเฟรเซียร์ก็เดินทางไปตั้งตัวหางานทำที่ ในฟิลาเดลเฟีย เพนซิลเวเนีย ด้วยเพียงอายุแค่ 15 ปี

เส้นการของการเป็นนักมวยสากลของ Joe Frazier

ดุ๊ค ดีเก้นส์ โค้ชประจำยิมซึ่งเป็นเทนเนอร์คนแรก ส่ง”ไอ้อ้วน”ขึ้นตะลุยสังเวียนมวยเสื้อกล้าม ทำสถิติชนะรวดถึง 30 กว่าไฟ้ท์ภายในช่วงระยะเวลาแค่ปีเศษจนถูกเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันคัดตัวทีมชาติรุ่นเฮฟวี่เวท เพื่อไปชกในโอลิมปิก 1964 ที่ญี่ปุ่น ปรากฎว่าฟราเซียร์พ่ายแพ้ให้แก่”บัสเตอร์ แมทธิส”ถึง 2 ครั้งซ้อนทั้งในรอบชิงชนะเลิศและรอบบ๊อกอ๊อฟ joe frazier record

แต่เหมือนฟ้าจะลิขิตมาให้ดัง ระหว่างการซ้อมเตรียมทีมนั่นเอง”ไอ้หมีควาย”แม็ทธิส เกิดอุบัติเหตุแขนหัก ฟราเซียร์ซึ่งเป็นตัวสำรองจึงรับส้มหล่นได้บินไปลุยโอลิมปิกกรุงโตเกียวแทนที่ แถมยังสร้างปรากฏการณ์เป็นนักชกเมืองลุงแซมเพียงคนเดียวในโอลิมปิกครั้งนั้น ที่คว้าเหรียญทองมาคล้องคอ โดยบุกตะลุยเอาชนะแต้ม คู่ชกชาวเยอรมันในรอบชิงชนะเลิศ

อดีตพนักงานชำแหละเนื้อเดินทางกลับ บ้านเกิดเมืองนอนอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับโครงการตะลุยสังเวียนอาชีพโดยมี แยงค์ เดอร์แฮม เป็นผู้จัดการ และ เอ็ดดี้ ฟัทช์ รับหน้าที่เทรนเนอร์ เริ่มไฟ้ท์แรกเมื่อเดือน เม.ย.1965 ซึ่งฟราเซียร์ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีของยกแรกถลุง วู้ดดี้ กอสส์ จอดไม่ต้องแจวชนิดคนชนะแทบไม่มีริ้วรอยกระทั่งแมวข่วน โจ เฟ ร เซี ย ร์ pantip

จากนั้นอีก 10 ไฟ้ท์รวดที่”สโม้คกิ้ง โจ”สะสมสถิติชนะน๊อครวด ด้วยสไตล์การตะบันที่ไม่เหมือนใคร จากข้อจำกัดเรื่องสรีระทำให้ฟราเซียร์ ต้องใช้ความแข็งแกร่งผสมผสานกับความคล่องแคล่ว เดินก้มๆ เงยๆ หลบวิถีหมัดของคู่ต่อสู้ตัวใหญ่เบียดเข้าวงใน แล้วระดมกำปั้นสาดใส่ไม่ต้องยั้งทั้งล่างสลับบน โดยเฉพาะฮุคซ้าย กลายเป็นหมัดอันตรายที่คว่ำคู่ต่อสู้มากราวรูด ก่อนจะชนะคะแนนเป็นครั้งแรกต่อ”ไอ้ไก่งวง” ออสการ์ โบนาเวน่า รองแช้มป์ชั้นดีในยุคนั้น

จากนั้น เอ็ดดี้ มาเซ่น,ดั๊ก โจน,จอร์ช จอห์นสัน และ จอร์ช ชูวาโล่ คือนักชกระดับรองแช้มป์ที่ทะยอย มาเป็นเหยื่อกำปั้นให้”ดาวโรจน์”เหรียญทองโอลิมปิกอย่างฟราเซียร์ในห้วงปี 1966-1967 ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีจอห์นสันเพียงคนเดียว ที่มีโอกาสได้ฟังเสียงระฆังยกสุดท้าย ส่วนที่เหลือโดนเป่าจมธรณีไปเรียบวุธ

4 มี.ค.1968 โจ ฟราเซียร์ นำสถิติสวยหรู ชนะรวด 19 ครั้ง น็อค 17 ก้าวขึ้นชิงแช้มป์เฮฟวี่เวทเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นตำแหน่งภายใต้การรับรองของคณะกรรมาธิการมวยแห่งนิวยอร์ค โดยช่วงเวลาดังกล่าว แช้มป์โลกคนเดิม มูฮัมหมัด อาลี หรือ แคสเซียส เคลย์ กำลังมีปัญหากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยยอดนักชกหัวก้าวหน้าไม่ยอมรับหมายเกณฑ์ทหาร เพื่อไปรบในสงครามเวียดนาม จนถูกฟ้องร้องเป็นคดีความและไม่สามารถขึ้นชกได้ ทางคณะกรรมาธิการจึงปลด อาลี แล้วกำหนดการชิงตำแหน่งว่างขึ้นสืบแทน

คู่ต่อสู้ในไฟ้ท์นี้ของ ฟราเซียร์ ไม่ใช่ใครที่ไหน บัสเตอร์ แมสธิส คู่ปรับเก่าที่เคยยัดเยียดความปราชัยให้”สโม้คกิ้ง โจ”ถึง 2 ไฟ้ท์ในสมัยชกสมัครเล่นนั่นเอง

“ไอ้หมีควาย”ตอนนั้นชกอาชีพทำสถิติไม่รู้จักคำว่า”แพ้”มาเช่นกัน การโคจรมาปะทะกันของทั้งสองจึงกลายเป็น”มวยถูกคู่”ที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชมได้กว้างขวาง ซึ่งผลที่สุด โจ ฟราเซียร์ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า โลกของมวยอาชีพกับสมัครเล่นมีข้อแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง เมื่อบุกกระหน่ำฝ่าความมหึมาเข้าไปสร้างความบอบช้ำสะสมให้กับ แมทธิส อย่างต่อเนื่องจนถึงยก 11 “ไอ้หมีควาย”ก็ทนไม่ไหวโดนถลุงโค่นตึงให้กรรมการนับสิบแต่โดยดี

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของมวยจาก : UFABET , ดูอนิเมะออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม => Stamp Fairtex