ปี่มวยไทย

บรรยากาศของเวทีมวย และเสียงดนตรี ปี่มวยไทย 

ปี่มวยไทย  มวยไทย คือศิลปะการต่อสู้ ประจำชาติไทย ที่อยู่กับประเทศไทยมาช้านาน ซึ่งมีเรื่องเล่า ตำนานมากมาย ที่พูดถึงนักรบไทยในสมัยก่อน ว่าใช้วิชาการต่อสู้ เพื่อปกป้องบ้านเมือง ให้รอดพ้นจากภยันตราย หรือเพื่อกอบกู้เอกราช ไม่ให้ชาติไทย ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร

และอาจพูดได้เต็มปากว่า มวยไทย คือกีฬาที่คนทั่วโลก ให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติตะวันตก หรือแม้แต่ประเทศจีน ญี่ปุ่น ก็ให้ความนิยมเป็นอย่างสูง ถึงขั้นเดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาเพื่อเล่าเรียน วิชามวยไทย เพราะทุกส่วนของร่างกายในมวยไทย นั้นคือ อาวุธ

บทความนี้จะเล่าถึง บรรยากาศแห่งการต่อสู้ ณ สนามมวยลุมพินี หรือที่เป็นสนามมวยเก่าแก่ มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของไทย หลังจากห่างหายไปนาน เพราะถูกปิดไม่ให้คนดูเข้าชม เนื่องจากพิษไวรัสโควิด 19 ที่กำลังระบาดหนัก

กล่าวได้ว่า บรรยากาศของสนามลุมพินี แตกต่างจากการเชียร์มวยตู้ หรือการดูจากทีวีหน้าจอ เพราะจะมีเสียงโห่ ฮา ดังกึกก้อง พร้อมเสียงเชียร์ และเสียงของ ร่างกายนักมวย กระทบกัน ตีเข่า ใส่หมัด แรงเตะที่หวดแห้งเข้าหากัน ดังมาไกลถึงขอบสนาม นี่คือบรรยากาศที่ห่างหายไป เพราะความมันที่เหล่าแฟนมวยชอบ ก็ได้กลับมาอีก

เบื้องหลังของความสนุกมวยไทย คือดนตรีประกอบ

เบื้องหลังของความสนุกมวยไทย คือดนตรีประกอบ เพราะการดูมวยให้ได้อรรถรสนั้น นอกจากสายตาที่จับจ้องบนเวทีแล้ว หูก็ต้องฟังเสียงรอบ ๆ ซึ่งหนึ่งในเสียงที่คอยเพิ่มอรรถรส ระหว่างดูมวยไทย ก็คือเสียงดนตรี “วงปี่มวย” ที่อยู่ด้านข้างเวทีนั่นเอง จากการเล่าเรื่องของ นักดนตรีที่ประจำตำแหน่ง กลองแขก และปี่มวย ที่คอยให้จังหวะการต่อสู้บนสังเวียนลุมพินีดำเนินไป เล่าถึงความรัก ความประทับใจ ของการทำงานนี้ แม้ว่าจะมีรายได้ พอยาไส้เท่านั้น

นายสมศักดิ์ ปั้นบุญ ในวัย 73 ปี ผู้ทำหน้าที่กลองแขก กล่าวว่า เขาเป็นนักดนตรีไทยมาทั้งชีวิต และได้ทำงานตีกลองให้จังหวะมวยไทยประมาณมากว่า 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ก็รับงานอื่น ๆ เช่น งานศพ งานบวช เรียกว่าใครจ้าง ก็ไปหมด

สาเหตุที่การแข่งขันชกมวยไทยต้องใช้ดนตรีสดเล่นประกอบ เพราะความสนุกจากดนตรีที่เราเล่นนั้นแตกต่างกับเพลงที่อัดไว้ การเล่นดนตรีสด ๆ มันสนุกเร้าใจมากกว่า เสียงมันสดกว่า

คำตอบนี้เป็นคำตอบที่คล้ายคลึงกับ นายสมพงษ์ ภู่สร ในวัย 75 ปี นักดนตรีไทยที่รับหน้าที่ “ปี่มวย” พระเอกของวงดนตรีที่ใช้บรรเลงข้างสังเวียนเลือด ที่บอกว่า สาเหตุที่ปี่มวยอยู่คู่กับสนามมวย เพราะมันคู่กันมาตั้งแต่โบราณ แต่ถ้าเปิดเทป มันก็เล่นวน ๆ ไป ไม่เหมือนเป่าจริง ๆ ซึ่งนักดนตรีจะทำให้สามารถเร่งจังหวะได้ ตามความมัน ตามจังหวะนักมวย ความสนุกจึงแตกต่างกัน

สมศักดิ์ ปั้นบุญ มือกลองแขก ที่ตีกลองในวงปี่มวยมายาวนาน เล่าว่า เดิมทีทำงานข้าราชการอยู่ในกองดุริยางค์ทหารอากาศ ได้ทำงานในวงปี่มวย เมื่อช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยเพื่อน ๆ ชักชวนให้มาลองเป่าที่สนามมวยดู ซึ่งก็เป่ามาหมดทั้งเวทีลุมพินี ราชดำเนิน หรือเวทีช่อง 7

เมื่อก่อนรายได้ประมาณ 300 บาทต่อวัน (ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา) เพิ่งจะได้เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยเมื่อไม่กี่ปี่ แต่สิ่งที่ปี่มวยแตกต่างจากเพื่อนในวง คือ วงปี่มวยที่เราเป่า จะมี 2 คนช่วยกัน สลับกันเป่า

นักดนตรีไทยชั้นครู เผยว่า การเป่าปี่มวยจะเป่าตามการชกของมวย คือ ชกยกหนึ่ง 3 นาที ก็จะเป่าต่อเนื่อง 3 นาที แล้วจะได้พัก 2 นาที แต่ที่ใช้เวลาไม่แน่นอนก็ตอนไหว้ครู เพราะนักมวยบางคนไหว้ครูนานมาก มากกว่า 10 นาที ก็มี เราก็ต้องเป่าจนไหว้ครูเสร็จ

ส่วนเพลงที่ใช้ ส่วนมากจะเป็นเพลงเก่า ๆ เช่น “เจ้าเซ็น” ซึ่งเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ใช้สำหรับการตีกลองเป็นหลัก แต่สำหรับปี่มวยก็ใช้ แต่ก็จะมีเพลงอื่น ๆ ด้วย โดยลุงสมพงษ์ บอกว่า เพลงเจ้าเซ็น เปรียบเหมือนเพลงบังคับที่ใช้เปิด ส่วนยก 2 หรือ 3 อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น “น้อย นอย นอย หน่อย น้อ หนอ หน่อ หนอ น้อย…” เป็นต้น

สมพงษ์ ภู่สร นักดนตรีไทยที่เป่า ปี่มวยไทย มากว่า 30 ปี

ส่วนตัวลุงสมพงษ์ มีความเคารพในวิชาชีพและครูที่พร่ำสอนมา และชมชอบในเพลงโบราณมากกว่าเพลงยุคใหม่ ที่อาจจะสอดแทรกหรือเอาเพลงลูกทุ่งมาผสม

ส่วนมากจะเป็นเพลงเก่าๆ เพราะเรายึดถือเพลงแบบโบราณ ไม่เหมือนนักดนตรีรุ่นใหม่ ที่บางครั้งก็อาจจะเป่าเพลงลูกทุ่ง หากตีกลองเขาจะไม่ค่อยเปลี่ยนเพลง แต่ปี่นี่จะต้องเลือกใช้ตามความเหมาะสม ระหว่างที่กำลังเป่า..ต้องมองนักมวยด้วย หากไม่มอง เกิดนักมวยชกกันแล้วเกิดน็อกลงไปนอน หากดนตรีไม่หยุด..คนดูก็จะรู้ว่าเราไม่ได้สนใจดูอะไรเลย จะเป่าอย่างเดียวโดยไม่ดูไม่ได้” ลุงสมพงษ์ บอกอย่างอารมณ์ดี

เมื่อถามว่าเราต้องเป่าตามจังหวะการต่อสู้ไหม ลุงสมพงษ์ กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เราก็เป่าของเรา แต่…ถ้าเป็นนักมวยยุคก่อน เขาจะฟังปี่กลอง โดยออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้สอดคล้องกับจังหวะ แต่สมัยนั้นมันคนละยุคกันแล้ว

แบบนี้แสดงว่าสมัยก่อน เราสามารถเร่งจังหวะให้ดุเดือดได้หรือไม่ ลุงสมพงษ์ ยิ้ม แล้วตอบแบบติดตลกว่า “บางครั้งเวลาเราเร่ง เขาก็ไม่เร่งกับเรา”

คำว่าปี่กลอง กับการชกมวย ต้องสนุกไปด้วยกัน ถ้ามวยต่อยกันสนุก เราก็จะสนุกไปด้วย บางทีนักมวยต่อยกันจืดชืด เราก็จืดชืดไปด้วย

เมื่อถามว่าก่อนเป่าต้องวอร์มก่อนไหม ลุงสมพงษ์ เล่าว่าไม่จำเป็น เพราะลมที่มีคงที่แล้ว เนื่องจากเป่ามาหลายสิบปีแล้ว เทคนิคการฝึก คือ ช่วงที่เราเป่า แก้มพองๆ นี่ เราสามารถเป่าไปด้วยและสูดลมหายใจเข้ามาด้วย แบบให้มันบาลานซ์กันพอดีได้ แต่เทคนิคนี้ สอนให้ 10 คน จะทำได้เพียงไม่กี่คน ถ้าทำแบบนี้ได้ เสียงเป่าจะไม่ขาดสาย

ด้วยที่ทำอาชีพนี้มานาน อนาคตก็อยากจะทำไปเรื่อยๆ จนทำไม่ไหว ถึงแม้จะอายุมาก 75 ปีแล้ว เวลาไปหาหมอตรวจโรคประจำตัว หมอก็ถาม “ทำอะไร” เราก็บอก “เป่าปี่มวย” หมอก็บอก “ดีแล้วๆ ปอดจะได้ใหญ่ๆ แข็งแรง ฉะนั้นก็อยากจะทำไปเรื่อยจนทำไม่ไหว

ซึ่งคำตอบของลุงสมพงษ์ นักดนตรีไทยชั้นครู ไม่แตกต่างจากเพื่อนร่วมวงรุ่นเก๋าอย่าง นายสมศักดิ์ มือกลองรุ่นเก๋า ว่าอยากทำไปเรื่อยๆ มีความสุข ได้เจอผู้คนมากมาย

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากรู้แล้ว ว่านักดนตรีวงปี่มวยได้รายได้เท่าไหร่กัน ซึ่งก็ได้คำตอบมาว่า ได้วันละ 500 บาท เป่าปี่มวย 2 คน  กลอง 1 คน มือฉิ่ง 1 คน ทั้งหมดได้เงินเท่ากัน

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของมวยจาก : UFABET , เว็บดูบอลสดฟรี

อ่านเพิ่มเติม => ร็อคกี้ มาร์ซีอาโน่