บุคคลสำคัญมวยไทย ในแต่ละยุคสมัยทั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในประวัติศาสตร์

บุคคลสำคัญมวยไทย ด้วยความที่มวยไทยเอง ก็มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน แต่จะมีใครทราบไหมว่า ศิลปะการต่อสู้ที่ขึ้นชื่อของประเทศไทยนี้ นอกจากแม่ไม้และวิชามวยที่เกิดขึ้นมา ล้วนมีบุคคลที่สำคัญในอดีต ที่ทำให้มวยไทยยังคงเป็นมวยไทยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปศึกษาประวัติศาสตร์ของ มวยไทย กันอีกครั้งหนึ่ง ในแต่ละยุคสมัยว่ามีใครบ้างที่เป็นบุคคลที่สำคัญ และมีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์

หากกล่าวถึง มวยไทยในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ต้องบอกว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา มวยไทยเริ่มขึ้นประมาณ พ.ศ.1988 – 2310 ซึ่งในช่วงระยะเวลา 417 ปี บางสมัยไทยเรา ก็มีศึกกับ ประเทศใกล้เคียง เช่น พม่า และเขมร ด้วยเหตุนี้ชายฉกรรจ์ทุกคน ต้องไปรบรับใช้แผ่นดินของตัวเอง

จึงได้มีการ ร่ำเรียนวิชาการต่อสู้ ฝึกความชำนาญ ด้วยทั้งอาวุธ และศิลปะป้องกันตัว มือเปล่า โดยจะมีครูผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นผู้สอน เกี่ยวกับการต่อสู้ ซึ่งการต่อสู้นี้ เริ่มจากในวงก่อน จนไปสู้ประชาชนทั่วไป

สำนักดาบพุทธไทสวรรค์ ก็เป็นสำนักดาบ ที่มีชื่อเสียงในสมัยอยุธยา มีคนนิยมไปเรียนมาก ในการฝึก จะมีให้ให้อาวุธจำลอง นั่นก็คือ ดาบหวาย หรือที่เรียกว่า กระบี่กระบอง นอกจากนี้ยังมีการฝึก การต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยมือเปล่า เรียกว่า มวยไทย ควบคู่กันไปด้วย ในสมัยนั้น วัดยังคงเป็นสถานที่ให้ความรู้ ทั้งวิชาสามัญ และ วิชาปฏิบัติ ในเชิงการต่อสู้ การรบ ควบคู่กับ มวยไทย อีกด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ชายต้องเขาวัดเพื่อไปเรียน  และบุคคลสำคัญของ กีฬามวยไทย ในยุคสมัยนี้ ก็คือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ นั่นเอง

 

 

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา กษัตริย์แห่ง มวยไทย บุคคลสำคัญมวยไทย

เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระองค์ที่สองแห่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2246 — พ.ศ. 2251 สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ โปรดปรานการชกมวยไทยเป็นอย่างมาก ถึงกับขนาดเคยทรงปลอมพระองค์ มาชกมวยกับชาวบ้าน และก็สามารถชนะนัก มวยไทยฝีมือดีของเมือง วิเศษไชยชาญ อีกทั้งชนะ นักมวย เอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์ โปรดการชก มวยไทย เช่นนี้

กลายเป็นว่าทำให้ มีการฝึก มวยไทย กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้าน และวัด โดยเฉพาะวัด ซึ่งถือเป็นแหล่ง ประสิทธิ์ประสาท วิชา มวยไทย เป็นอย่างดี รวมถึงขยายวงกว้าง ไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคตไปแล้วก็ตาม แต่ มวยไทย  ตำรับพระเจ้าเสือ อันแข็งแกร่งยังได้รับ การถ่ายทอด ให้คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ ฝึกฝน จนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งวันเสด็จขึ้น เสวยราชสมบัติ ของ พระเจ้าเสือ คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก็ได้กลายเป็น วันมวยไทย อีกด้วย

เมื่อกล่าวถึง มวยไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลังจากที่กรุงศรีอยุธยา พ่ายแพ้ ให้แก่พม่า เป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310 ก็มีนักมวย ที่ขึ้นชื่อ สองนาย ได้แก่ นายขนมต้ม และ นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหัก นั่นเอง

 

บุคคลสำคัญมวยไทย

 

นายขนมต้ม ยอดนักสู้ ชายผู้ที่ใช้มวยไทยชนะใจพระเจ้ามังระแห่งพม่า

ในตอนเด็ก ๆ นั้น นายขนมต้ม เป็นเด็กที่อยู่อาศัยกับวัดมาตั้งแต่เด็ก เพราะ พ่อและแม่ของเขา ถูกหม่าสังหารจน ถึงแก่ชีวิตทั้งคู่ จนเมื่อครั้งที่ พม่าตีกรุงศรีอยุธยา นายขนมต้ม ก็กลายเป็นหนึ่งใน เชลยศึก ที่ถูกกวาดต้อน ไปยังฝั่งประเทศพม่า ในขณะนั้น กษัตริย์แห่งพม่า พระเจ้ามังระแห่งพม่า ก็ได้ทรงจัดงานสมโภช เจดีย์ชเวดากอง

และทรงโปรด ให้มีการแข่งขัน ชกมวยระหว่าง ชาวสยามและชาวพม่า ซึ่งในตอนนั้นสุกี้พะกายกองคัด นายขนมต้น ให้ไปขึ้นชกและนายขนมต้ม ก็สามารถชนะนักมวยชาวพม่า ถึง 10 คน โดยไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปู บำเหน็จแต่งตั้ง ให้นายขนมต้มเป็นข้ารับใช้ในกรุงอังวะ แต่นายขนมต้ม ก็ปฏิเสธ

และขอให้ปลดปล่อยตน พร้อมทั้งเชลยคนไทยทั้งหมด ให้เป็นอิสระ เพื่อที่จะได้กลับบ้านเกิด แล้วพระเจ้ามังระ ก็ยอมทำตามความประสงค์ ของนายขนมต้ม ปล่อยให้ทุกคน ได้กลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ก็คือแผ่นดินไทยที่มีกรุงธนบุรี เป็นราชธานี เหตุการณ์ที่ นายขนมต้ม สามารถเอาชนะนักมวยพม่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2317 นั้น ทำให้ได้มีการกำหนด ให้วันดังกล่าว เป็น วัน มวยไทย อีกด้วย

 

บุคคลสำคัญมวยไทย

 

นายทองดีฟันขาว หรือพระยาพิชัยดาบหัก นักรบคู่บารมีพระเจ้ากรุงธนบุรี

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครู มวยไทย สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เขาเป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชกมวยไทยเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษา วิชาหมัดมวย กับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา ด้วยเพราะไม่ชอบเคี้ยวหมากพลู เหมือนคนสมัยนั้น ที่นิยมเคี้ยวหมากพูลกัน ครูเที่ยงจึงเรียกว่าเขาว่า นายทองดีฟันขาว นายทองดี ได้เดินทาง ไปเรียนการต่อสู้ จากหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย มวยจีน หรือเชิงดาบ จนมีความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัว เป็นทหารคนสนิท ของพระเจ้ากรุงธนบุรี และได้รับสมญานามว่า พระยาพิชัย

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหัก ได้สร้างมรดก อันควรแก่การยกย่อง สืบทอดมาถึงปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว

ยังสร้าง มวยพระยาพิชัย ที่มีจุดเด่นคือเป็นทั้งมวยอ่อนและมวยแข็ง รุก – รับ ตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็ว เมื่อมีโอกาสสามารถปกป้องตนเอง รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้ จุดอ่อน จุดแข็ง ของตนเอง และ คู่ต่อสู้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จาก : แทงบอล , ดูบอล123

อ่านเพิ่มเติม => มวยในงานแถลงข่าว