นักมวยไทยในตามนาน นายขนมต้ม ผู้ที่ใครๆก็รู้จักว่าเป็น ยอดมวย

นักมวยไทยในตามนาน

นักมวยไทยในตามนาน ถือได้ว่าเป็นยอดมวยอีกคนเลยก็ว่าได้ สำหรับชื่อ นายขนมต้ม

นักมวยไทยในตามนาน นายขนมต้ม (พุทธศักราช 2293 – ?) เป็นนักมวยคาดเชือกชาวเมืองศรีอยุธยา เกิดที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นลูกนายเกิด และก็นางอี่ มีพี่สาวชื่อนางเอื้อย ทั้งยังบิดามารดาแล้วก็พี่ถูกประเทศพม่าฆ่าตายหมด และจำเป็นต้องไปอยู่วัดตั้งแต่เล็ก นายขนมต้ม ถูกเมียนมาร์ ต้อนไป เชลย ในระหว่าง เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

นักมวยไทยในตามนาน

ประวัติของนายขนมต้ม ต้นบทความ

นายขนมต้มเป็นที่รู้จักในเชิงมวยเป็นที่เลื่องลือ โดยมีเหตุการณ์นายขนมต้มต่อยชนะนักมวยเมียนมาร์ ช่วงวันที่ 17 มี.ค. พุทธศักราช 2317 พงศาวดารบันทึกว่า เมื่อพระเจ้ามังระโปรดให้ปรับปรุงและก็ก่อเสริมพระเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้งเป็น การใหญ่นั้น พองานสำเร็จลงในปี พุทธศักราช 2317 พอถึงวันโอกาสงามยามดี เป็นวันที่ 17 เดือนมีนาคม ก็เลยโปรดให้ประกอบพิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นไว้บนยอดเป็นการเริ่มต้น แล้วได้ทรงเปิดงานมหกรรมสังสรรค์อย่างมหึมา

เจ้าขุนมูลนายประเทศพม่าบอกว่า “นักมวยไทย มีฝีมือดียิ่งนัก” พระเจ้ามังระก็เลยบอกสั่งให้เอาตัวนายขนมต้ม นักมวยดีมีฝีมือตั้งแต่ครั้งกรุงเก่ามามอบ พระผู้เป็นเจ้ามังระได้ให้จัดมวยประเทศพม่าเข้ามาเปรียบเทียบกับนายขนมต้ม โดยจัดให้ต่อยต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฏว่านายขนมต้มต่อยเมียนมาร์ไม่ทันถึงยกก็ชนะถึงเก้าคนสิบคน พระเจ้ามังระมองดูยกพระหัตถ์ตบพระอุระตรัสเชิดชูนายขนมต้มว่า “คนประเทศไทยนี้มีพิษสงรอบตัว ถึงแม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคนสิบคน นี่หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และก็โคตรตระกูลแล้ว ไฉนเลยกรุงศรีอยุธยาจะพลาดท่าแก่ข้าศึก ดั่งที่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้”

ภายหลังนายขนมต้มได้เอาชนะนักมวยประเทศพม่าแล้ว พระเจ้ามังระได้ปูบำเหน็จแก่นายขนมต้มโดยตั้งเป็นข้ารับใช้ในกรุงอังวะแต่ว่านายขนมต้มกลับไม่ยอมรับและก็ขอให้พระเจ้ามังระปลดปล่อยตนและตัวประกันคนไทยทั้งผองให้มีอิสรภาพเพื่อกลับไปอยู่บ้านเกิด พระผู้เป็นเจ้ามังระก็ยอมกระทำตามความ ต้องการ ในที่ สุดนายขนมต้ม รวมทั้งเหล่า ตัวประกันคน ไทยก็ได้รับอิ สระรวม ทั้งกลับไปยังถิ่นฐานบ้านช่องก็คือผืนแผ่นดินไทยที่มีกรุงธนบุรีเป็นราชธานีโดยยุคพระผู้เป็นเจ้ากรุงธนบุรีนามว่า ตากสินมหาราช นายขนมต้มก็ได้อาศัยอยู่บ้านเกิดอย่างเงียบๆแต่ว่าไม่ทราบว่าเสียชีวิตไปเมื่อใด

สิ่งตกทอดจากนายขนมต้ม

สิ่งที่ได้เคยมีการจัดให้ วันที่ 17 เดือนมีนาคม เป็นวันมวยไทย เพื่อ เป็นเกียรติเรื่องราว ต่อนักมวยไทย ยิ่งไปกว่านี้ ชาว อยุธยา ได้พร้อมใจกันสร้าง อนุสาวรีย์นายขนมต้ม ไว้ที่รอบๆสนามกีฬากึ่งกลาง จังหวัดอยุธยา

วัฒนธรรมร่วมยุค

สมรักษ์ คำสิงห์ เคย สวมบท เป็นนายขนมต้ม ในละคร ที่ ออกอากาศทาง ทีวี เรื่องนายขนมต้ม ซึ่งกระจาย เสียงเมื่อปี พุทธศักราช 2539 นายขนม ต้มนั้นนับได้ว่าเป็น ตำนาน ยอดนักมวย ของคนไทยจริงๆ ไม่เพียงแต่ท่านจะยัง กล้าหาญ แล้ว ในวันนั้นท่านยังได้ แสดงฤทธิ์ ของมวยไทย แล้วก็คนไทย ให้ เป็นที่ปรากฏชัด ต่อสายตาของชาวต่างชาติ อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ ชาวต่างชาติ ต่าง ก็พา กันเห็นด้วยในมวยไทย ว่า เป็นศาสตร์ และก็เป็นศิลป์การต่อสู้ ที่ทรงอานุภาพ ที่สุด

นักมวยไทยในตามนาน

นายขนมต้มมีชื่อใน เชิงมวย เป็นที่เลื่องลือ โดยมีเหตุการณ์นายขนมต้ม ต่อยชนะ นักมวยประเทศพม่า ตอนวันที่ 17 มี.ค. พุทธศักราช 2317 นายขนมต้ม เกิดวันอังคาร เดือนยี่ ปีมะเมีย พุทธศักราช 2293 ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ในสมัย กรุงศรีอยุธยา ที่บ้านกุ่ม (ปัจจุบันนี้เป็น ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา) บิดาชื่อนายเกิด มารดาชื่อนางอี่ ตามประวัติ ความเป็นมา บอกว่านายขนมต้มมี พี่ มีสาวที่ชื่อ เอื้อยแต่ว่าเสียชีวิต เมื่อยังเด็ก

ประวัติและข้อความที่แท้จริง และ ได้เพิ่มเติมขึ้น

เมื่ออายุโดยประมาณ 10 ขวบ จำต้อง มาอาศัย อยู่วัดเพราะว่า บิดา มารดา ถูกพม่าฆ่าจนถึง เสียชีวิต ทั้งสอง เมื่อ เริ่มแตกชายหนุ่ม ได้ เริ่มฝึกฝน วิชามวยไทย กระทั่ง ในยุคพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยาจำต้อง เสียแก่พม่า ทั้งตัวนายขนมต้มเองถูกต้อนไปเมืองพม่า นายขนมต้มได้สร้างชื่อให้กับกรุงศรีอยุธยาแล้วก็ชาติไทย โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจในเชิงหมัดมวย ดังประวัติศาสตร์บันทึกใจความตอนหนึ่งว่า…

“เมื่อพระเจ้ามังระ โปรดให้ บูรณะ และ ก็ ก่อเสริมพระเจดีย์ชเวดากอง ในเมืองย่างกุ้งเป็น การใหญ่ นั้น ครั้น เมื่องานเสร็จ ลงในปี พุทธศักราช 2317 เพียง พอถึง วันโอกาสสวย ยามดี เป็นวันที่ 17 เดือนมีนาคม ก็เลยโปรดให้ประกอบ พิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นไว้บนยอด เป็นครั้งแรก แล้วได้ทรง เปิด งานมหกรรม สังสรรค์ อย่างมหึมา เจ้าขุนมูลนายประเทศพม่า บอกว่า “นักมวยไทยมีฝีมือดียิ่งนัก” พระเจ้ามังระ ก็เลยบอก สั่งให้เอาตัว นายขนมต้ม นักมวยดีมีฝีมือ ตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า มาถวาย พระเจ้ามังระ ได้ให้จัดมวยพม่า เข้ามา เปรียบกับนายขนมต้ม

โดยจัดให้ต่อยต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฏ ว่านายขนมต้มต่อยพม่าไม่ทัน ถึงยกก็ ชนะ ถึงเก้าคนสิบคน พระเจ้ามังระทอดพระเนตร ยกพระหัตถ์ ตบพระอุระพูด สรรเสริญนายขนมต้ม ว่า “คนไทยนี้มีพิษสงรอบตัว แม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคนสิบคน นี่หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และโคตรตระกูลแล้ว ไฉนเลยกรุงศรีอยุธยาจะพลาดท่าแก่ศัตรู ดั่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

ภายหลังจากนายขนมต้มได้เอาชนะนักมวยพม่าแล้ว พระเจ้ามังระได้ปูรางวัล แก่ นายขนมต้มโดยแต่งตั้งเป็น ข้ารับใช้ ในกรุงอังวะแต่ว่า นายขนมต้ม กลับ ไม่ยอมรับ และ ก็ขอให้ พระเจ้ามังระ ปล่อยตน แล้วก็นักโทษคนไทยทั้งหมดทั้งปวง ให้มี อิสรภาพ เพื่อกลับไปอยู่บ้านเกิด พระเจ้ามังระ ก็ ยอมทำตาม ความต้องการ ท้ายที่สุดนายขนมต้ม และก็เหล่า นักโทษชาวไทย ก็ได้รับเสรีภาพ และก็กลับไปยังบ้านเกิด ก็คือผืน แผ่นดิน ไทยที่มีกรุงธนบุรีเป็นราชธานีโดยยุค พระเจ้ากรุงธนบุรีนาม ว่า “ตากสินมหาราช

นายขนมต้มก็ได้อาศัยอยู่ถิ่นกำเนิดอย่างสงบเงียบแต่ว่าไม่เคยมีใครทราบว่าเสียชีวิตไปเมื่อใด ได้เคยมีการจัดให้วันที่ 17 เดือนมีนาคม เป็นวันมวยไทย เพื่อเป็นเกียรติเรื่องราวต่อนักมวยไทย นอกจากนั้น ชาวจังหวัดอยุธยาได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์นายขนมต้ม ไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสติเตือนใจและก็ให้บุตรหลานไทยยึดมั่นเป็นตัวอย่างสืบไป.

 

ติดตามเรื่องราวในบทความและข่าวสารมวยได้ที่ >>>>> https://www.ultimateufa.com/

Ultimateufa อัพเดตข่าวสารวงการมวย

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ULTIMATEUFA

ข่าวล่าสุด