ชื่อของนักมวย

ชื่อของนักมวย มีที่มาอย่างไร เจาะลึก ค่านิยม ความเชื่อในชื่อของนักมวยไทย

ชื่อของนักมวย ชื่อส่วนตัว ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตของทุกคน ความจริงแล้วการตั้งชื่อ ก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้าง แบรนด์เนม เลย เพราะความหมายของชื่อ มักจะมีความทรงพลัง และเป็นชื่อที่มีความหมายดี ความหมายของชื่อจะยิ่งทรงพลัง ก็ต่อเมื่อมีความสำเร็จของแบรนด์นั้น ๆ หรือบุคคลนั้นมาเป็นแรงส่ง ก็จะทำให้กลายเป็นชื่อที่โด่งดังมาก ๆ

ในการแข่งขันมวยเองก็เหมือนกัน นอกจากนักมวยบางคน จะต้องมีความสามารถแล้ว หากมีชื่อที่ตรงกับบุคลิก แถมยังมีความไพเราะได้ยินแล้วรู้สึกติดหู ก็จะเป็นอีกปัจจัย ที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวนักมวยด้วย

ตัวอย่าง นักมวยชื่อดังหลายคนของไทย ก็คงไม่พ้น ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย หรือ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่สามารถป้องกันแชมป์โลกได้อย่างดุดัน ด้วยการเอาชนะน็อค โรมัน กอนซาเลซ​ ในยกที่ 4 ในการป้องกันแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก WBC ครั้งแรก

ทว่าก็มีข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากชื่อของนักมวย เหมือนกัน หลายคนอาจส่งสัยว่า สื่อหลายสำนักได้ใช้คำท้ายชื่อ ศรีสะเกษว่า นครหลวงโปรโมชั่น ขณะที่ชื่อที่ HBO Boxing เลือกใช้ตอนประกาศตัวที่สหรัฐฯ กลับใช้ชื่อ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย

ความจริงแล้ว ศรีสะเกษ มีชื่อจริงว่า วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก โดยมีชื่อเล่นเดิมว่า ตั้ม แต่ตอนเด็ก ๆ เพื่อน ๆ มักจะเรียกว่า แหลม ตามลักษณะใบหน้าของเขา แต่ชื่อศรีสะเกษนั้นได้จากการเดินทางมาเข้าร่วมค่ายนครหลวงโปรโมชั่น โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ ศรีสุข รุ่งวิสัย สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้ช่วยสนับสนุนทุนชิงแชมป์โลกในบ้านที่จังหวัดศรีสะเกษ​

จึงเริ่มต้นใช้ชื่อ ‘ศรีสะเกษ’ ตามจังหวัดบ้านเกิด ตามด้วย ศ.รุ่งวิสัย ผู้สนับสนุน ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนเป็น นครหลวงโปรโมชั่น ตามชื่อค่ายต้นสังกัด

ขณะที่นักชกระดับตำนนาน อย่าง ‘เพชฌฆาตหน้าหยก’ สามารถ พยัคฆ์อรุณ, ‘ขุนเข่าเสาโทรเลข’ ดีเซลน้อย ช. ธนะสุกาญจน์ หรือ ‘ซ้ายทะลวงไส้’ เขาทราย แกแล็คซี่ ต่างก็เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

และสร้างชื่อเสียงในประเทศไทยด้วยฝีมือการชก แต่ชื่อ ‘พยัคฆ์อรุณ’ และ ‘กาแล็คซี่’ มาจากไหน ใครเป็นคนตั้งชื่อให้นักมวยไทย และชื่อแบบไหนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน

นักมวยได้ชื่อและฉายามาจากไหน ใครเป็นคนตั้งชื่อเหล่านั้น?

คำถามนี้ เรามีบทสัมภาษณ์ของ เสี่ยเน้า-วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ชื่อดังจากค่ายเพชรยินดี ที่จะกล่าวถึง ถึงขั้นตอนการตั้งชื่อนักมวยไทย โดยเสี่ยเน้าได้เล่าว่า นักมวยไทยส่วนใหญ่ชกอยู่ต่างจังหวัด ก่อนเดินทางเข้ามาชกที่กรุงเทพฯ พอเข้ากรุงเทพฯ โปรโมเตอร์ก็จะดูว่าชื่อเดิมเหมาะสมไหม ถ้าไม่เหมาะสมค่อยเปลี่ยน

นักมวยอาจจะใช้ชื่อตำบลหรืออำเภอ เราก็จะไม่เปลี่ยน การตั้งชื่อนักมวยจริง ๆ แล้วไม่มีหลักการ อยู่ที่ว่าเพราะหรือไม่เพราะเท่านั้นเอง เหมือนกับการตั้งชื่อคนทั่วไปที่ไม่มีหลักการที่แน่ชัด การตั้งชื่อจริง ๆ ไม่ได้คำนึงถึงอะไรมาก” เสี่ยเน้ากล่าว

ขณะที่ฉายา ก็จะเป็นเซียนมวย สื่อมวลชน หรือคนในวงการมวยตั้งชื่อให้ตามสไตล์การชก หรือบุคลิกการชก เช่น ‘ซ้ายทะลวงไส้’ ของเขาทราย แกแล็คซี่ ซึ่งมีหมัดซ้ายที่หนักหน่วง หรือ ‘ขุนเข่าเสาโทรเลข’ ดีเซลน้อย ช. ธนะสุกาญจน์

เสี่ยโบ๊ท-ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ บุตรชายของ วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์แห่งสนามมวยเวทีลุมพินี เผยว่า การตั้งชื่อนักมวยขึ้นอยู่กับความชอบของหัวหน้าค่าย หรือหัวหน้าคณะ ซึ่งแล้วแต่ว่าชื่นชอบรูปแบบไหน โดยปัจจุบันมีการนำชื่อคนดังนอกวงการมาใช้เป็นชื่อนักมวยมากขึ้น

ทุกวันนี้มีการตั้งชื่อรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น แลมพาร์ด ท. เทพสุทิน หรือ เมสซี่ แป๋งกองปราบ ซึ่งเป็นการนำชื่อนักฟุตบอลมาตั้งให้กับนักมวย โดยสังเกตจากบุคลิกและหน้าตาที่คล้ายกับนักฟุตบอลชื่อดัง”

จริง ๆ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับชื่อมาก ส่วนใหญ่จะเน้นที่ฝีมือเป็นหลักก่อน นอกจากนักมวยที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ เช่น เงาะป่า ซาไก เผด็จศึก ช. พัชรพล ตัวตนเขาเป็นแบบนั้น โดยชื่อจะมีความสำคัญก็ต่อเมื่อนักมวยคนนั้นมี คุณลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนเท่านั้น

สร้อย มั่งมี’ หรือ สังเวียน หมัดตรง นักข่าวกีฬาผู้เชี่ยวชาญ ข่าวหมัดมวย เปิดเผยถึงความเปลี่ยนแปลง ของการตั้งชื่อนักมวย ซึ่งเปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการของมวยไทย ที่เป็นไปในรูปแบบของธุรกิจมากขึ้น

สมัยก่อนนักมวยไทยแต่ละคนจะมีความเป็นมงคล เช่น วิหค เทียมกำแหง ชื่อจะดูดีมาก ๆ เพราะครูบาอาจารย์จะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ และให้ความสำคัญกับชื่อที่มีความเป็นสิริมงคล ส่วนชื่อหลังหรือนามสกุลจะเป็นชื่อค่ายหรือครูบาอาจารย์ เพื่อให้รู้สึกสำนึกถึงค่ายและครูผู้สอน

แต่ปัจจุบันมวยไทยได้มีธุรกิจเข้ามามากจนได้รับผลกระทบในการตั้งชื่อ โปรโมตกันโดยเปลี่ยนชื่อค่ายเป็นชื่อผู้สนับสนุนแทน เช่น ไก่ย่างห้าดาวยิม หรือ กระทิงแดงยิม รวมถึงมีการเปลี่ยนชื่อหน้าโดยตั้งเอาแบบ เสาหิน แป้งเย็นโยโกะ ยิม ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ขาดความขลังของการตั้งชื่อไปเลย ทำให้เป็นธุรกิจแบบเต็มตัว ทั้งหัวหน้าคณะและนักมวยต้องยอมตาม เพราะเม็ดเงินที่ไหลเข้ามา การตั้งชื่อนักมวยแบบเดิมจึงเสื่อมลงไปตามกาลเวลา

แล้วการตั้งชื่อและที่มา ชื่อของนักมวย ยอดมวยดัง ในสมัยก่อน มาจากไหน?

สร้อย มั่งมี ยังได้ยกตัวอย่างที่มาของชื่อ ยอดมวยดัง ในสมัยก่อน ที่มีความเป็นมาจากผู้สนับสนุนนักมวย และค่ายมวยเช่นกัน

เริ่มจริง ๆ ของการตั้งชื่อนักมวยคือครูฝึกสอน ครูมวยคนแรก เวลาฝึกกันจริง ๆ เขาก็จะให้ชื่อตามมงคล พอมีฝีมือดีขึ้น เขาก็ต้องพาเข้าไปต่อยในเมืองกรุง ต้องไปฝากค่ายมวยใหญ่ ค่ายเหล่านี้ก็ต้องใส่ยี่ห้อค่าย เช่น โผน กิ่งเพชร เมื่อขึ้นชกในกรุงเทพฯ ก็ได้ชื่อหลังว่ากิ่งเพชร ที่ตั้งขึ้นโดย นายห้างทองทศ อินทรทัต เจ้าของบริษัทเทวกรรมโอสถ ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายกิ่งเพชร

ส่วนมวยไทยก็คล้ายกัน เช่น เขาทราย แกแล็คซี่ ก็มาจากชื่อ คุณอมร อภิธนาคุณ เจ้าของภัตตาคารแกแล็คซี่ นายห้างซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้มีค่ายมวย แต่ได้ มอบเงินสนับสนุนให้กับ ‘แชแม้’ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ โปรโมเตอร์ชื่อดัง จึงเป็นที่มาของชื่อหลังว่า แกแล็คซี่

ขณะที่ สามารถ พยัคฆ์อรุณ นั้น คำว่า พยัคฆ์อรุณ เป็นชื่อหัวหน้าคณะเดิม ที่มีชื่อว่า อรุณ พัฒนสิน เจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เขาเลิกมวย อรุณได้นำสามารถมาฝากให้ ‘ครูตุ๊ย’ ยอดธง เสนานันท์ ค่ายศิษย์ยอดธง โดยหัวหน้าคณะเดิมก็ได้ขอครูตุ๊ยให้รักษา ‘พยัคฆ์อรุณ’ ชื่อเดิมของค่ายไว้เป็นอนุสรณ์แก่ตัวเขาเอง

ส่วนใหญ่แล้ว หัวหน้าคณะ คือผู้มีสิทธิ์ในการตั้งชื่อของนักมวย ส่วนครูมวยคนแรก จะมอบสิทธิ์ให้นักมวยเลือกชื่อตัวเอง แต่ถ้าหลังจากนั้น เมื่อพวกเขามีชื่อเสียง ครูมวยก็อาจเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ เพื่อความเป็นสิริมงคล หรือในตอนที่พาเข้ามาฝากกับหัวหน้าคณะในกรุงเทพแล้ว ค่ายมวยก็จะตั้งชื่อเป็นมงคลนาม และมีพิธีครอบครูด้วย

แม้ว่า บทสัมภาษณ์ต่าง ๆ จะทำให้เราทราบว่า การตั้งชื่อนักมวย ดูเหมือนจะไม่มีหลักการในการตั้งชื่อ โดยยืดจากการใช้ชื่อตามความพอใจของนักมวย หัวหน้าค่าย หรือครูผู้ฝึก ซึ่งถ้ามีความไพเราะ และยังมีเอกลักษณ์ คล้ายบุคลิกของนักมวย ก็จะเป็นที่น่าจดจำและผ่านมาตรฐานการตั้งชื่อ ไม่ชั่นนั้น ก็จะใช้ชื่อผู้สนับสนุน ที่นิยมใช้กันขึ้นในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยปัจจุบัน

แต่อย่างไรก็ตาม ค่านิยมและความเชื่อ ในชื่อของนักมวยไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัย เรื่อง ทำเนียบภาษากีฬามวยไทยของ ธนานันท์ ตรงดี ได้สะสมรายชื่อนักมวยไทย 800 คนจากนิตยสารที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย 4 หัวออกมาเป็นสถิติ ซึ่งบ่งชี้ว่ามวยไทยส่วนใหญ่ตั้งชื่อนามลักษณ์ ประกอบด้วย 2 คำ คือ ‘คำต้นชื่อ’ และ ‘คำท้ายชื่อ’

‘คำต้นชื่อ’ แบ่งออกมาได้ทั้งหมด 26 หมวด  ความหมายที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ตั้งชื่อมากที่สุดคือ ‘ยอดเยี่ยม’ และ ‘เก่งกล้า’ ยกตัวอย่างเช่น กล้าขุนศึก, เด่นเก้าแสน หรือยอดสิงห์ ขณะที่ความหมาย ที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุด คือความเจ้าเล่ห์ เช่น กระล่อนจิ๋ว

‘คำท้ายชื่อ’ แบ่งออกเป็น 26 หมวดเท่ากัน ความหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือสิ่งล้ำค่า เช่น กระดิ่งเงิน, ไกรเพชร, แสงมรกต และสิงห์มณี ขณะที่น้อยที่สุดคือสิ่งด้อยค่า เช่น เพชรเม็ดเล็ก หรือแม้แต่ ฟุตบาท

ผลสรุปของงานวิจัยชี้ว่า นักมวยต้องการความเก่งกล้าก่อน ที่จะเข้าสู่การต่อสู้ การตั้งชื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่ดีก่อนขึ้นชก

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของมวยจาก : UFABET , มังงะ

อ่านเพิ่มเติม => ค่าตัวนักมวยไทยหลักล้าน